Royal Thai Embassy, Berlin

การรับรองอื่นๆ


 

หนังสือขอผ่อนผันการเข้ารับการตรวจเลือกเข้ารับราชการทหาร

ก. กฎหมายการเข้ารับการตรวจเลือกเข้ารับราชการทหาร

กฎหมายไทยกำหนดให้ชายสัญชาติไทยที่มีอายุครบ 21 ปี บริบูรณ์ ต้องเข้ารับการตรวจเลือกเข้ารับราชการทหาร

ซึ่งหมายรวมถึงชายสัญชาติไทยที่อาศัยอยู่ในประเทศเยอรมนีด้วย เมื่อมีอายุตามที่กฎหมายกำหนด ต้องไปเข้ารับการตรวจเลือกเข้ารับราชการทหารทหารที่ประเทศไทย หากไม่ปฏิบัติตาม ถือมีความผิดกฎหมาย

ชายสัญชาติไทยที่มีอายุครบ 21 ปีบริบูรณ์ สามารถขอเข้ารับราชการเป็นทหารเกณฑ์ด้วยความสมัครใจได้

ข. ระเบียบการตรวจเลือกบุคคลเข้ารับราชการทหาร

เมื่ออายุย่างเข้า 18 ชายสัญชาติไทยต้องไปแสดงตนเพื่อลงบัญชีทหารกองเกิน โดยแสดงหลักฐาน

สูติบัตรหรือบัตรประจำตัวประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้านต่อสัสดีท้องที่ด้วยตนเอง ในกรณีที่ไม่สามารถไปยื่นเอกสารด้วยตนเอง สามารถมอบอำนาจให้ผู้อื่นที่บรรลุนิติภาวะแล้วไปแจ้งแทนได้ ถ้าไม่ไปแสดงตนหรือไม่มีผู้ไปแจ้งแทน ถือว่า ผู้นั้นหลีกเลี่ยงขัดขืนไม่ไปลงบัญชีทหารกองเกิน

และเมื่ออายุครบ 21 ปีบริบูรณ์ ต้องเข้ารับการตรวจเลือกเพื่อเป็นทหารตามภูมิลำเนาที่ตนมีชื่อในทะเบียนบ้าน

สำหรับชายสัญชาติไทยที่กำลังอยู่ในระหว่างการเรียนหรือการศึกษา สามารถขอผ่อนผันเข้ารับการตรวจเลือกเข้ารับราชการทหารได้ โดยยื่นขอต่อสัสดีท้องที่ที่ตนมีชื่อในทะเบียนบ้านด้วยตนเอง หรือ มอบอำนาจให้ผู้อื่นที่บรรลุนิติภาวะไปยื่นแทนได้

อนึ่ง เหตุผลอื่น ๆ ที่นอกเหนือไปจากการศึกษาเล่าเรียนไม่สามารถขอผ่อนผันเข้ารับการตรวจเลือกเข้ารับราชการทหารได้

ค. การขอผ่อนผันเข้ารับการตรวจเลือกเข้ารับราชการทหาร

การขอผ่อนผันเข้ารับการตรวจเลือกเข้ารับราชการทหารต้องยื่นขอด้วยตนเองต่อสัสดีท้องที่ที่ตนมีชื่อทะเบียนบ้าน หรือ มอบอำนาจให้ผู้อื่นที่บรรลุนิติภาวะไปยื่นขอผ่อนผันได้ โดยต้องยื่นเอกสารแสดงต่อสัสดีท้องที่ดังนี้

  1. หนังสือรับรองการเรียนหรือการศึกษาจากสถาบันการศึกษาที่ตนกำลังศึกษาเล่าเรียนอยู่ โดยต้องระบุรายละเอียดต่อไปนี้
    1. ชื่อและนามสกุลของนักเรียน/นักศึกษาที่กำลังศึกษาเล่าเรียนอยู่
    2. วิชาที่เรียน/วิชาชีพที่เรียน/คณะที่เรียน
    3. ชั้นที่เรียน/ปีการศึกษาที่เรียน
    4. วันเริ่มการเรียน/วันเริ่มการศึกษา
    5. วันที่คาดว่าจะจบการเรียน/การศึกษา

หากหนังสือรับรองนี้เป็นภาษาเยอรมัน ต้องได้รับการแปลเป็นภาษาไทยโดยนักแปลภาษาไทยที่ได้รับอนุญาตจากศาลเยอรมัน  หากเป็นภาษาอังกฤษไม่ต้องแปลเป็นภาษาไทยแต่อย่างใด

  1. สำเนาใบสำคัญทหารกองเกิน (สด. 9) และสำเนาหมายเรียกเข้าตรวจรับราชการทหาร (สด. 35)
  2. สำเนาทะเบียนบ้านไทย
  3. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน (ถ้ามี)
  4. สำเนาหนังสือเดินทาง และ
  5. หนังสือขอผ่อนผันเข้ารับการตรวจเลือกเข้ารับราชการทหาร ซึ่งออกโดยสถานเอกอัครราชทูตฯ

หนังสือขอผ่อนผันฯ นี้ ต้องยื่นคำร้องขอที่สถานเอกอัครราชทูตฯ ด้วยตัวเองเท่านั้น โดยยื่นคำร้องพร้อมเอกสารประกอบดังนี้

  1. หนังสือรับรองการเรียนหรือการศึกษาจากสถาบันการศึกษาที่ตนกำลังศึกษาเล่าเรียนอยู่ตามรายละเอียดของเอกสารหมายเลข 1 ข้างต้น พร้อมคำแปล (หากเป็นภาษาเยอรมัน) และต้องนำไปรับรองคำแปลที่สถานเอกอัครราชทูตฯ หรือสถานกงสุลใหญ่
  2. สำเนาหนังสือเดินทาง 2 ชุด (หน้าที่มีรูปถ่ายและหน้าที่มีการเปลี่ยนแปลง)
  3. สำเนาทะเบียนบ้าน หรือ สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน 2 ชุด
  4. ค่าธรรมเนียม 15 ยูโร
  5. ค่ารับรองคำแปลหนังสือรับรองจากสถานศึกษา 15 ยูโร

ง. การเข้ารับการตรวจเลือกเข้ารับราชการทหารหลังจบการศึกษา

เมื่อจบการศึกษาในประเทศเยอรมนีแล้ว ต้องไปเข้ารับการตรวจเลือกเข้ารับราชการทหารในโอกาสแรกที่มีการตรวจเลือกบุคคลเข้ารับราชการทหาร

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

สำนักงานผู้ช่วยทูตทหารบก
สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเบอร์ลิน
Lepsiusstr. 64-66
12163 Berlin
โทร 030-79481 314
แฟกซ์ 030-79481 422

                                                                                                                     กลับ


หนังสือรับรองสถานภาพสมรส

คำร้องขอหนังสือรับรองสถานภาพสมรส

หากท่านมีหนังสือรับรองสถานภาพสมรสจากสำนักงานเขต หรือที่ว่าการอำเภอไทยมาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นหนังสือรับรองโสดไม่เคยแต่งงานมาก่อน หรือ หนังสือรับรองโสดหลังการหย่า หรือ หนังสือรับรองโสดหลังคู่สมรสเสียชีวิต และยังมีอายุตั้งแต่วันออกไม่เกิน 6 เดือน ท่านสามารถมายื่นคำร้องขอใบรับรองสถานภาพสมรสจากสถานเอกอัครราชทูตฯ ได้

ท่านต้องมายื่นคำร้องด้วยตัวเอง พร้อมเอกสารประกอบต่อไปนี้ โดยเซ็นชื่อในสำเนาทุกฉบับ (หากเป็นไปได้ให้นำเอกสารต้นฉบับตัวจริงมาด้วย)

  • สำเนาหนังสือเดินทาง 1 ชุด (ถ่ายสำเนาหน้าที่มีรูปถ่าย หน้าที่มีการต่ออายุ และหน้าที่มีการเปลี่ยนแปลงชื่อและนามสกุล)
  • สำเนาทะเบียนบ้านไทย 1 ชุด (หากทะเบียนบ้านไทยแปลเป็นภาษาเยอรมันแล้ว ให้ยื่นสำเนาคำแปลภาษาเยอรมันด้วย)
  • สำเนาบัตรประชาชนไทย 1 ชุด
  • สำเนาสูติบัตร หรือ สำเนาหนังสือรับรองการเกิด 1 ชุด
  • สำเนาหนังสือรับรองสถานภาพการสมรสจากประเทศไทย 1 ชุด (รับรองว่าเป็นโสดไม่เคยแต่งงานมาก่อน หรือ หลังหย่าไม่ได้แต่งงานอีกเลย หรือ หลังคู่สมรสเสียชีวิตไม่ได้แต่งงานอีกเลย) ต้องมีอายุไม่เกิน 6 เดือน
  • สำเนาใบเปลี่ยนชื่อ หรือ ใบเปลี่ยนนามสกุล 1 ชุด (ถ้ามี)
  • สำเนาใบแสดงถิ่นที่อยู่ในเยอรมัน (Meldebestätigung) หรือ สำเนาหนังสือเชิญตัว 1 ชุด
  • สำเนาสำเนาบัตรประชาชนของคู่หมั้น 1 ชุด
  • สำเนาใบแสดงถิ่นที่อยู่ในเยอรมัน (Meldebestätigung) ของคู่หมั้น 1 ชุด

เอกสารเพิ่มเติม

  1. กรณีที่เคยหย่าร้าง
  • หนังสือสำคัญการหย่า หรือ คำพิพากษาหย่าที่มีผลบังคับใช้แล้ว (ทะเบียนหย่าเยอรมันที่ออกโดยศาลชั้นต้น (Amtsgericht) ในเยอรมนี จะต้องผ่านการรับรองลายมือชื่อของเจ้าหน้าที่ศาลผู้ออกทะเบียนหย่าจากศาล แห่งรัฐ (Landgericht) ก่อน แล้วจึงนำไปแปลไปเป็นภาษาไทยกับล่ามที่ได้รับอนุญาตให้แปลเอกสารได้ต่อไป
  • หากเป็นหญิง ต้องมีหนังสือรับรองจากแพทย์ว่ามิได้ตั้งครรภ์ ถ้าหย่ายังไม่ครบ 310 วัน นับตั้งแต่วันที่การหย่ามีผลบังคับใช้
  1. กรณีที่คู่สมรสเสียชีวิต
  • มรณบัตรคู่สมรสที่เสียชีวิต
  • ทะเบียนสมรส
  • หากเป็นหญิง ต้องมีหนังสือรับรองจากแพทย์ว่ามิได้ตั้งครรภ์ ถ้าคู่สมสรสเสียชีวิตไม่เกิน 310 วัน
  1. กรณีอายุยังไม่ครบ 20 ปี บริบูรณ์
  • หนังสือยินยอมให้สมรสได้จากบิดามารดา หรือ ผู้ปกครองตามกฎหมาย ที่ขอมาจากอำเภอ

ข้อแนะนำอื่น ๆ ที่ควรทราบ

  1. ถ้าหนังสือรับรองสถานภาพสมรส (รับรองโสด) จากอำเภอมีอายุมากกว่า 6 เดือน สถานเอกอัครราชทูตฯ ไม่สามารถออกหนังสือรับรองสถานภาพสมรสของสถานเอกอัครราชทูตฯ ให้ได้
  2. ทะเบียนหย่าเยอรมันที่ออกโดยศาลชั้นต้น (Amtsgericht) ในเยอรมนี จะต้องผ่านการรับรองลายมือชื่อของเจ้าหน้าที่ศาลผู้ออกทะเบียนหย่าจากศาลแห่งรัฐ (Landgericht) ก่อน แล้วจึงนำไปแปลไปเป็นภาษาไทยกับล่ามที่ได้รับอนุญาตให้แปลเอกสารได้ต่อไป
  3. เจ้าของเรื่องต้องมายื่นคำร้องด้วยตัวเอง ให้คนอื่นมายื่นแทนไม่ได้ และต้องมารับเอกสารด้วยตัวเอง เพราะต้องมาเซ็นชื่อในหนังสือรับรองสถานภาพสมรสของสถานเอกอัครราชทูตฯ ต่อหน้าเจ้าพนักงาน
  4. สถานเอกอัครราชทูตฯ ไม่สามารถรับคำร้องขอหนังสือรับรองสมรสของสถานเอกอัครราชทูตฯ ที่มายื่นโดยผู้อื่นที่ไม่ใช่เจ้าของเรื่อง
  5. ก่อนแต่งงาน ผู้ยื่นคำร้องควรทราบรายละเอียดการใช้นามสกุลตามกฎหมายไทย โดยดูข้อมูลที่ พระราชบัญญัติชื่อบุคคล (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2548"

                                                                                                       กลับ


หนังสือสำคัญแสดงการมีชีวิต

หนังสือสำคัญแสดงการมีชีวิตนี้ สถานเอกอัครราชทูตฯ ออกให้เพื่อแสดงว่า ผู้ที่มายื่นคำร้องขอยังมีชีวิตและใช้ชีวิตอยู่ในประเทศเยอรมนีจริง โดยต้องมายื่นคำร้องขอหนังสือสำคัญแสดงการมีชีวิตด้วยตัวเองเท่านั้น เอกสารที่ต้องยื่นประกอบคำร้องมีดังต่อไปนี้

  • สำเนาหนังสือเดินทาง 2 ชุด (หน้าที่มีรูปถ่าย และหน้าที่มีการเปลี่ยนแปลง)
  • สำเนาทะเบียนบ้านไทย 2 ชุด
  • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน 2 ชุด
  • สำเนาหนังสือบัตรประจำตัวข้าราชการ 2 ชุด (หากเป็นข้าราชการ)
  • สำเนาใบแสดงถิ่นฐานในประเทศเยอรมนีฉบับปัจจุบัน (aktuelle Meldebestätigung) 2 ชุด
  • ค่าธรรมเนียมหนังสือสำคัญแสดงการมีชีวิตฉบับละ 15 ยูโร

ผู้ยื่นคำร้องต้องเซ็นชื่อรับรองสำเนาถูกต้องทุกแผ่น

                                                                                                    กลับ