Joom!Fish config error: Default language is inactive!
 
Please check configuration, try to use first active language

Guidelines to Thai Labours who are Going to Work in Germany

Royal Thai Embassy, Berlin

Guidelines to Thai Labours who are Going to Work in Germany

1.  คุณสมบัติของแรงงานไทยที่สามารถเข้ามาทำงานในสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี

 

2.  สาขาอาชีพเฉพาะที่คนไทยสามารถเดินทางเข้ามาทำงานในสหพันธ์ฯ  ได้โดยตรง

 

3.  ขั้นตอนต่าง ๆ สำหรับนายจ้างในการนำแรงงานไทยเข้ามาทำงานในสหพันธ์ฯ

 

 

- กรณีที่นายจ้างต้องการให้กรมการจัดหางานจัดหาแรงงานไทยให้ 

- กรณีที่นายจ้างได้คัดเลือกแรงงานไทยแล้วเรียบร้อย

 

 

1.  คุณสมบัติของแรงงานไทยที่สามารถเข้ามาทำงานในสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี 

แรงงานไทยที่สามารถจะทำงานในเยอรมนีจะต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้ 1) มีถิ่นพำนักอยู่ในเยอรมนี 2) การพำนักอยู่ในเยอรมนี จะต้องเป็นลักษณะที่อนุญาตให้ทำงานเลี้ยงชีพในเยอรมนีได้ด้วย 3) นักศึกษาที่จบการศึกษาจากสถาบันการศึกษาในสหพันธ์ฯ จะได้รับวีซ่าให้หางานทำในเยอรมนี 18 เดือน หลังจากจบการศึกษา

 

2.2. สาขาอาชีพที่คนไทยสามารถเดินทางเข้ามาทำงานในสหพันธ์ฯ  

 

2.1 ผู้มีคุณสมบัติขั้นสูง 

ตามกฎหมายว่าด้วยการมีถิ่นพำนัก (Residence Act) ของเยอรมนีนั้น ได้กำหนดไว้ว่า ผู้มีคุณสมบัติขั้นสูงคือ นักวิชาการ นักวิจัยหรือนักวิทยาศาสตร์ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง อาจารย์หรือลูกจ้างตำแหน่งพิเศษทางวิทยาศาสตร์ โดยผู้มีคุณสมบัติขั้นสูงจะได้รับอนุญาตให้มีถิ่นพำนักถาวรในทันที ซึ่งเป็นสิทธิถาวรในการอยู่อาศัย และสามารถทำงานได้ทุกประเภท นอกจากนั้น คู่สมรสและบุตรที่อายุต่ำกว่า 18 ปี สามารถขอวีซ่าเพื่อติดตามผู้มีคุณสมบัติเหล่านี้เข้ามาอยู่ในเยอรมนี รวมทั้งให้สิทธิคู่สมรสในการทำงานด้วย

2.2. แรงงานในสาขาอาชีพขาดแคลน

เยอรมนีกำลังประสบปัญหาขาดแคลนแรงงานในหลากหลายสาขาอาชีพด้วยเหตุนี้ เยอรมนีจึงได้ออกกฎระเบียบว่าด้วยการจ้างงานฉบับใหม่ มีผลบังคับใช้นับตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2556 โดยเปิดโอกาสให้แรงงานฝีมือจากนอกสหภาพยุโรป (พลเมืองจากประเทศที่สาม) ซึ่งสำเร็จการฝึกอบรมวิชาชีพสามารถเข้าสู่ตลาดแรงงานเยอรมันตามแนวทางการจ้างงานของเยอรมันที่ใช้ความต้องการแรงงานเป็นตัวกำหนด โดยแรงงานฝีมือที่ประสงค์จะเข้ามาทำงานในเยอรมนี จะต้องทำการตรวจสอบว่าคุณวุฒิทางวิชาชีพที่ตนได้รับนั้นเทียบเท่ากับคุณวุฒิของเยอรมันซึ่งเป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการรับรองคุณวุฒิหรือไม่ โดยสามารถตรวจสอบได้ที่เว็บไซต์ http://www.anerkennung-in-deutschland.de และ http://www.anerkennung-in-deutschland.de/ html/de/downloads.php และจะต้องได้รับข้อเสนอให้เข้าไปทำงาน โดยที่อาชีพที่ประสงค์จะเข้าไปทำงานนั้นต้องอยู่ในรายการอาชีพที่ได้อนุญาตให้ต่างชาติเข้าไปทำงานเนื่องจากขาดแคลนแรงงาน ซึ่งสำนักงานจัดหางานแห่งสหพันธ์ฯ ได้จัดพิมพ์รายการอาชีพที่อนุญาตให้ต่างชาติเข้าไปทำงานเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2556 โดยมีกลุ่มอาชีพดังต่อไปนี้

2.3. EU Blue Card

เยอรมนีมีข้อกำหนดเฉพาะเพื่อช่วยอำนวยความสะดวกและส่งเสริมให้แรงงานต่างชาติที่มีทักษะและคุณภาพสูงเดินทางเข้ามาทำงาน โดยตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2555 ผู้ที่ได้รับปริญญาบัตรจากเยอรมนี หรือปริญญาบัตรที่ได้รับการยอมรับหรือปริญญาบัตรจากต่างประเทศที่เทียบเท่ากับปริญญาบัตรของเยอรมันก็จะสามารถได้รับ “EU Blue Card” โดยผู้ขอรับ Blue Card จะต้องมีหลักฐานการศึกษาขั้นสูงและจะต้องได้รับเงินเดือนตามสัญญาการจ้างงานรวมแล้วอย่างน้อยที่สุด 49,600 ยูโรต่อปี สำหรับอาชีพที่มีแรงงานเพียงพอแล้ว หรือ 38,688 ยูโรต่อปี สำหรับอาชีพที่ยังคงขาดแคลนแรงงาน (อัตรา ณ ปี 2559) การตัดสินใจที่จะเข้ามาตั้งถิ่นฐานในเยอรมนี เป็นประเด็นที่เป็นประโยชน์ต่อสมาชิกครอบครัวของผู้ถือบัตร Blue Card ด้วยเช่นกัน เพราะสมาชิกครอบครัวสามารถทำงานได้ทันทีที่แรงงานต่างชาตินั้นเดินทางถึงเยอรมนี โดยไม่มีข้อจำกัดแต่อย่างใด ซึ่งนับเป็นโอกาสอันดีที่แรงงานทักษะฝีมือระดับสูงหรือในสาขาอาชีพขาดแคลนจากประเทศนอกสหภาพยุโรป รวมถึงประเทศไทยสามารถเข้ามาทำงานในเยอรมนีได้มากขึ้น

2.3. พ่อครัว/แม่ครัวพิเศษ

อาชีพพ่อครัว/แม่ครัวพิเศษนับเป็นสาขาแรงงานกึ่งฝีมือเพียงสาขาเดียวที่เยอรมนี อนุญาตให้แรงงานจากไทยเดินทางเข้ามาทำงาน โดยทางการเยอรมันจะออกใบอนุญาตทำงานของพ่อครัว/แม่ครัวพิเศษที่มีกำหนดสูงสุดไม่เกิน 4 ปี เมื่อหมดสัญญาจ้าง ลูกจ้างต้องเดินทางกลับประเทศไทย และหากต้องการเดินทางกลับไปทำงานเป็นพ่อครัว/แม่ครัวพิเศษในเยอรมนีอีกครั้งต้องเว้นระยะเวลาอย่างน้อย 3 ปี ทั้งนี้ เยอรมนีได้กำหนดหลักเกณฑ์สำหรับพ่อครัว/แม่ครัวพิเศษที่จะมีสิทธิมาทำงาน คือ 1) มีหลักฐานแสดงการสำเร็จการเรียนหรืออบรมการเป็นพ่อครัว /แม่ครัว โดยเฉพาะในร้านอาหารที่ได้รับการรับรองอย่างน้อย 2 ปี หรือ สามารถใช้หลักฐานการทำงานในฐานะพ่อครัว/แม่ครัวในร้านอาหารไทย อย่างน้อย 6 ปี 2) มีหลักฐานว่าเป็นผู้ผ่านหลักสูตรการเรียนภาษาอังกฤษหรือภาษาเยอรมัน และ 3) มีหนังสือรับรองการทดสอบมาตรฐานแห่งชาติจากสถาบันใดสถาบันหนึ่งดังต่อไปนี้ - สถาบันการศึกษาครัวไทย – สวิส (Thai – Swiss Culinary Education Center) ที่อยู่ 21/848 หมู่ 2 ซอย 4 บางนา-ตราด บางนา กรุงเทพฯ 10260 - วิทยาลัยดุสิตธานี (Dusit Thani College) ที่อยู่ 902 หมู่ 6 ต. ศรีนครินทร์ อ. ประเวศ กรุงเทพฯ 10260 - มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนดุสิต (Rajabhat Institute Suan Dusit) ที่อยู่ 295 ถ. ราชสีมา เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300

3.  ขั้นตอนต่าง ๆ สำหรับนายจ้างในการนำแรงงานไทยเข้ามาทำงานในสหพันธ์ฯ 

(พ่อครัว แม่ครัว หรือพนักงานนวด)

3.1. กรณีนายจ้างต้องการให้กรมการจัดหางานในประเทศไทยจัดหาคนงานไทยให้  

มีขั้นตอนดังต่อไปนี้

1. นายจ้างต้องเตรียมเอกสารดังต่อไปนี้ 

1).  หนังสือมอบอำนาจ   (Power of Atteorney)   ให้กรมการจัดหางานหาคนงานและยื่นเรื่องขอวีซ่าให้คนงานดังกล่าว

2).  หนังสือแจ้งความต้องการที่จะจ้างแรงงานไทย  (Demand Letter) โดยระบุสาขาอาชีพที่ต้องการ  ลักษณะงาน  จำนวนลูกจ้าง  คุณสมบัติต่าง ๆ

3).  สำเนาใบทะเบียนการค้าหรือจัดตั้งบริษัท

4).  สัญญาการจ้างงานเป็นภาษาอังกฤษ

5).  หลักฐานต่าง ๆ เพื่อประกอบการยื่นขอวีซ่าให้แรงงานไทย  อาทิ No Objection Certificate

2. นายจ้างยื่นเอกสารตามข้อ 1 ให้สำนักงานแรงงานประจำสถานเอกอัครราชทูต  หรือสถานกงสุลในต่างประเทศ  เพื่อส่งเรื่องต่อให้กับกรมการจัดหางานในประเทศไทย 

3.  ขั้นตอนต่าง ๆ สำหรับนายจ้างในการนำแรงงานไทยเข้ามาทำงานในสหพันธ์ฯ ในตำแหน่งพ่อครัวแม่ครัว

 

3.1. กรณีนายจ้างต้องการให้กรมการจัดหางานในประเทศไทยจัดหาคนงานไทยให้ นายจ้างสามารถยื่นคำร้องที่สำนักงานแรงงานประจำสถานเอกอัครราชทูต หรือสถานกงสุลไทยในต่างประเทศ เพื่อส่งเรื่องต่อให้กับกรมการจัดหางานในประเทศไทย โดยต้องจัดเตรียมเอกสารดังต่อไปนี้

1) หนังสือมอบอำนาจ (Power of Atteorney) ให้กรมการจัดหางานหาคนงานและยื่นเรื่องขอวีซ่าให้คนงานดังกล่าว

2) หนังสือแจ้งความต้องการที่จะจ้างแรงงานไทย (Demand Letter) โดยระบุสาขาอาชีพ ลักษณะงาน จำนวนลูกจ้าง คุณสมบัติต่าง ๆ

3) สำเนาใบทะเบียนการค้าหรือจัดตั้งบริษัท

4) สัญญาการจ้างงานเป็นภาษาอังกฤษ

5) หลักฐานต่าง ๆ เพื่อประกอบการยื่นขอวีซ่าให้แรงงานไทย อาทิ No Objection Certificate

3.2. กรณีนายจ้างได้คัดเลือกแรงงานไทยที่จะนำเข้ามาทำงานในสหพันธ์ฯ แล้ว มีขั้นตอนดังต่อไปนี้

1) นายจ้างสามารถใช้สัญญาจ้างมาตรฐานที่ฝ่ายแรงงานฯ จัดทำขึ้นทั้งภาษาเยอรมันและภาษาไทยโดยไม่ต้องใช้ล่ามแปล แต่หากต้องการใช้สัญญาจ้างที่นายจ้างจัดทำขึ้นเองก็จะต้องแปลสัญญาจ้างภาษาเยอรมัน หรืออังกฤษ เป็นภาษาไทยโดยล่ามที่ได้รับใบอนุญาตอย่างถูกต้อง

2) เอกสารที่ใช้ประกอบการขอรับรองสัญญาจ้าง -ใบคำร้องขอรับรองสัญญาจ้าง - สัญญาจ้างฉบับจริง ทั้งภาษาเยอรมันหรืออังกฤษ และภาษาไทย ที่นายจ้างและลูกจ้างลงนามในสัญญาแล้วอย่างละ 2 ฉบับ - สำเนาการจัดตั้งร้านอาหารหรือการจดทะเบียนการค้า - สำเนาบัตรประชาชน/พาสปอร์ตของทั้งนายจ้างและลูกจ้างมาให้ฝ่ายแรงงาน - อีเมลและเบอร์โทรศัพท์ที่ติดต่อได้ของลูกจ้างในประเทศไทย - ซองเปล่าติดแสตมป์

ติดต่อสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเบอร์ลินตรวจสอบ โดยส่งเอกสารดังกล่าวมาที่ฝ่ายแรงงาน ประจำสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเบอร์ลิน

Office of Labour Affairs Royal Thai Embassy

Lepsiusstr. 64-66 12163 Berlin

โทร. + 49 30 79481231 – 2

โทรสาร. + 49 30 79481518

3) เมื่อฝ่ายแรงงานฯ ตรวจสอบเอกสารเรียบร้อยแล้ว ฝ่ายแรงงานฯ จะประทับตรารับรองให้ในสัญญาจ้าง และส่งคืนให้นายจ้าง เพื่อให้นายจ้างส่งกลับไปให้ลูกจ้างในประเทศไทย ยื่นขอวีซ่าที่สถานเอกอัครราชทูตเยอรมันประจำประเทศไทย และถือติดตัวเป็นหลักฐานในการเดินทางมายังเยอรมนี นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่กระทรวงแรงงาน ณ ท่าอากาศยานในประเทศไทยจะตรวจสอบเอกสารต่าง ๆ ใน การทำงานของลูกจ้าง หากไม่มีการรับรองจากฝ่ายแรงงานหรือสถานเอกอัครราชทูตหรือ สถานกงสุลในต่างประเทศ ลูกจ้างอาจไม่สามารถเดินทางออกจากประเทศไทยได้ การตรวจสอบและรับรองเอกสารของฝ่ายแรงงาน ฯ จะไม่เสียค่าธรรมเนียมในการประทับตราหนังสือรับรองใด ๆ ทั้งสิ้น

อย่างไรก็ตาม นายจ้างและลูกจ้างจะต้องเป็นผู้ดำเนินการและจัดเตรียมเอกสารต่างๆ ในการยื่นขอวีซ่าเข้ามาทำงานในเยอรมนีด้วยตนเอง ฝ่ายแรงงานฯ จะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในการยื่นเรื่องขอหรือการอนุญาตให้หรือไม่ให้วีซ่าของ สถานเอกอัครราชทูตเยอรมันในประเทศไทยแต่อย่างใด

ทั้งนี้ เพื่อให้การตรวจสอบและรับรองสัญญาจ้างงานเป็นไปด้วยความรวดเร็ว และเรียบร้อย นายจ้างสามารถส่งตัวอย่างสัญญาจ้างที่เตรียมไว้และแปลเป็นภาษาไทยเรียบร้อย แล้วให้ฝ่ายแรงงานฯ ตรวจสอบในชั้นแรกก่อนได้ทางอีเมล

This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it. หรือติดต่อสอบถามทางโทรศัพท์ได้ก่อนที่หมายเลข + 49 30 79481231-2

-------------------------------------

ฝ่ายแรงงานประจำสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเบอร์ลิน 21 มีนาคม 2559