การรับเด็กไทยหรือบุคคลสัญชาติไทยเป็นบุตรบุญธรรม
ชาวเยอรมันที่มีภูมิลำเนาในประเทศเยอรมนีประสงค์จะรับเด็กไทยเป็นบุตรบุญธรรม (ไม่ว่าจะเป็นเด็กจากบ้านเด็กกำพร้า หรือ เด็กที่เป็นลูกติดของคู่สมรสตนเอง หรือ เด็กที่เป็นหลานของคู่สมรสตนเอง) ควรยื่นคำขอต่อสำนักงานคุ้มครองเด็กและเยาวชนประจำรัฐที่ตนมีภูมิลำเนา หรือหน่วยงานอื่น ๆ หรือองค์การสวัสดิภาพเด็กที่รัฐบาลของประเทศเยอรมนีแต่งตั้งให้ดำเนินการเพื่อให้มีการรับเด็กเป็น
บุตรบุญธรรมระหว่างประเทศ โดยควรติดต่อไปยังกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ไปพร้อมกันด้วย
·    แผนผังแสดงขั้นตอนการดำเนินการขอรับเด็กไทยเป็นบุตรบุญธรรม
·    รายละเอียดการรับเด็กไทยหรือบุคคลสัญชาติไทยเป็นบุตรบุญธรรม
ติดต่อส่วนราชการไทยและเยอรมันได้ที่:
ประเทศไทย
ศูนย์อำนวยการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม (Child Adoption Centre)
กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ
255 ถนนราชวิถี
กรุงเทพฯ 10400
โทร: +66(0)2 354 7509, +66(0)2 354 7515, +66(0)2 644 7996
แฟกซ์: +66(0)2 354 7511
อีเมล์: อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน
เว็บไซต์: www.adoption.dsdw.go.th


ประเทศเยอรมนี
"ศูนย์อำนวยการขอรับเด็กต่างชาติเป็นบุตรบุญธรรมกลางเยอรมนี" (Bundeszentralstelle für Auslandsadoption - Generalbundesanwalt)
Adenauer Allee 99 - 103, 53113 Bonn
โทร: +49 (0)228 99 410 - 5414, 5415
แฟกซ์: +49 (0)228 99 410 - 5402
อีเมล์: อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน
เว็บไซต์: www.bundesjustizamt.de (Bundesamt für Justiz)
คลิกหัวข้อ "Zivilrecht" เพื่ออ่านข้อมูลการรับเด็กต่างชาติเป็นบุตรบุญธรรม

 

การรับเด็กไทยหรือบุคคลสัญชาติไทยเป็นบุตรบุญธรรม
ก. หลักเกณฑ์และคุณสมบัติในการรับบุตรบุญธรรม
ข. การเตรียมเอกสารเพื่อดำเนินการขอรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม
ค. การนำส่งคำร้องขอพร้อมเอกสารประกอบ
ง. ขั้นตอนการดำเนินเรื่องในประเทศไทย
จ. สิทธิและหน้าที่ของบุตรบุญธรรม
ฉ. สิทธิและหน้าที่ของบิดามารดาบุญธรรม
ช. การเลิกรับบุตรบุญธรรม
ซ. องค์การสวัสดิภาพเด็ก
ญ. กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
ฎ. หมายเหตุ

ก. หลักเกณฑ์และคุณสมบัติในการรับบุตรบุญธรรม
1.    ผู้ที่จะรับบุตรบุญธรรมต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 25 ปี
2.    ผู้รับบุตรบุญธรรมต้องมีอายุมากกว่าผู้ที่จะเป็นบุตรบุญธรรมอย่างน้อย 15 ปี
3.    ในการรับบุคคลที่มีอายุมากกว่า 15 ปีเป็นบุตรบุญธรรม ต้องให้บุคคลนั้นให้ความยินยอมด้วย
4.    ในการรับบุคคลที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะเป็นบุตรบุญธรรม จะทำได้ต่อเมื่อได้รับความยินยอมจากบิดาและมารดาของผู้เยาว์นั้นก่อน ในกรณีที่ผู้เยาว์นั้นถูกทอดทิ้งและอยู่ในความดูแลของ
สถานสงเคราะห์เด็ก ให้ขอความยินยอมจากผู้มีอำนาจในสถานสงเคราะห์เด็กนั้นแทน
5.    กรณีผู้ที่จะเป็นบุตรบุญธรรมมีอายุ 20 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ผู้ที่จะรับบุตรบุญธรรมและผู้ที่จะเป็น
บุตรบุญธรรมสามารถขอจดทะเบียนรับบุตรบุญธรรมที่อำเภอที่ตนมีภูมิลำเนาได้เลย ทั้งนี้ ไม่มีการจำกัดอายุของผู้ที่จะเป็นบุตรบุญธรรม
6.    ในกรณีที่ผู้รับบุตรบุญธรรมหรือผู้ที่จะเป็นบุตรบุญธรรมมีคู่สมรสแล้ว ต้องให้คู่สมรสให้ความยินยอมด้วย
7.    ผู้เยาว์เป็นบุตรบุญธรรมของบุคคลใดบุคคลหนึ่งอยู่ จะเป็นบุตรบุญธรรมของบุคคลอื่นอีกในขณะเดียวกันไม่ได้ เว้นแต่จะเป็นบุตรบุญธรรมของคู่สมรสของผู้รับบุตรบุญธรรม
8.    หากผู้ขอรับเป็นชาวต่างชาติจะต้องมีคู่สมรส ยกเว้นผู้ขอรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมที่เป็นผู้มีสัญชาติไทย
9.    ต้องเป็นผู้ที่มีคุณสมบัติที่จะรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมได้ตามกฎหมายของประเทศที่ผู้ขอรับมีภูมิลำเนาอยู่
10.    การรับบุตรบุญธรรมจะสมบูรณ์ได้ ก็ต่อเมื่อได้จดทะเบียนตามกฎหมายไทยแล้วเท่านั้น

ข. การเตรียมเอกสารเพื่อดำเนินการขอรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม
1.    เอกสารที่ฝ่ายผู้ขอรับเด็กต้องเตรียมที่ประเทศเยอรมนี
สำหรับในประเทศเยอรมนี ขอแนะนำให้ผู้ประสงค์ขอรับเด็กไทยเป็นบุตรบุญธรรมติดต่อผ่านสำนักงานคุ้มครองเด็กและเยาวชนประจำรัฐที่ผู้ขอมีภูมิลำเนาอยู่ (Landesjugendamt) เพื่อประโยชน์ในการขอรับการตรวจลงตราเข้าประเทศเยอรมนีให้กับเด็กที่จะรับมาเป็นบุตรบุญธรรม โดยควรติดต่อไปยังกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ไปพร้อมกันด้วย
ผู้ประสงค์ขอรับเด็กไทยเป็นบุตรบุญธรรมต้องยื่นแบบคำขอเด็กไทยเป็นบุตรบุญธรรมพร้อมกับคู่สมรส โดยต้องยื่นเอกสารดังรายการต่อไปนี้
o    แบบคำขอรับบุตรบุญธรรม
o    สำเนาหนังสือเดินทาง หรือ เอกสารใช้แทนหนังสือเดินทาง หรือ ใบสำคัญถิ่นที่อยู่
o    เอกสารรับรองการสมรส (ทะเบียนการสมรส)
o    คำพิพากษาหย่า หรือ ทะเบียนหย่า (กรณีได้เคยสมรสมาก่อน)
o    ใบรับรองแพทย์ซึ่งแสดงว่ามีร่างกายและจิตใจสมบูรณ์
o    เอกสารรับรองการทำงานและรายได้
o    เอกสารรับรองการเงินย้อนหลังไปไม่เกิน 6 เดือน
o    เอกสารรับรองทรัพย์สิน
o    รูปถ่ายของผู้ขอรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมและคู่สมรสสีขนาด 4.5 x 6.0 ซ.ม. ซึ่งถ่ายมาแล้วไม่เกิน 6 เดือน จำนวนคนละ 4 รูป
o    หนังสือแสดงความยินยอมของคู่สมรสหรือคำสั่งอนุญาตของศาลแทนการให้ความยินยอมของคู่สมรส
o    เอกสารรับรองความประพฤติและความเหมาะสมทั่วไปของผู้ขอรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมจากผู้เชื่อถือได้อย่างน้อย 2 คน
o    รายงานการศึกษาสภาพครอบครัวของผู้รับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม
o    เอกสารการตรวจคนเข้าเมืองที่ประเทศเยอรมนีรับรองการอนุญาตให้เด็กเข้าประเทศเยอรมนีได้
o    เอกสารจากหน่วยงานเยอรมันที่เกี่ยวข้องที่รับรองว่าผู้ขอรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมมีคุณสมบัติและความเหมาะสมที่สามารถรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมได้ตามกฎหมายของประเทศเยอรมัน
o    หนังสือรับรองว่าจะทำการควบคุมการทดลองเลี้ยงดูเด็กและส่งรายงานผลการทดลองเลี้ยงดูมาให้กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ ไม่เกิน 2 เดือนต่อครั้ง เป็นระยะเวลา 6 เดือน
o    กรณีการติดต่อผ่านองค์การสวัสดิภาพเด็กเอกชนจะต้องมีสำเนาใบอนุญาตขององค์การและหนังสือจากหน่วยงานรัฐบาลซึ่งรับรององค์การนั้นๆ ด้วย
o    หนังสือรับรองดำเนินการตามกฎหมายไทย (เอกสารที่ผู้ขอรับบุตรบุญธรรมชาวต่างชาติต้องกรอกให้คำสัญญาว่าจะจดทะเบียนบุตรบุญธรรมให้ถูกต้องทั้งตามกฎหมายไทยและกฎหมายเยอรมัน)
เอกสารทุกฉบับข้างต้น (หากเป็นภาษาเยอรมันต้องแปลเป็นภาษาไทยก่อน โดยล่ามที่ได้รับอนุญาตจากศาลเยอรมัน หากเป็นภาษาอังกฤษไม่ต้องแปลเป็นภาษาไทยแต่อย่างใด) ต้องนำมารับรองที่สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเบอร์ลิน หรือ สถานกงสุลใหญ่ ณ นครแฟรงก์เฟิร์ต ก่อนนำส่งไปยังกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ (ตามที่อยู่ข้างล่าง)
2.    เอกสารของฝ่ายที่จะยกเด็กให้ (บิดามารดาเด็ก หรือ ผู้ปกครองโดยชอบตามกฎหมาย)
o    บัตรประจำตัวประชาชนของบิดาและมารดา หรือของผู้ปกครองโดยชอบตามกฎหมาย
o    ทะเบียนบ้าน
o    ทะเบียนสมรส
o    ทะเบียนหย่า หรือ คำสั่งศาลให้หย่า
o    หนังสือรับรองจากสำนักงานเขตหรือที่ว่าการอำเภอ หรือกิ่งอำเภอ ตามแบบ ปค. 14 รับรองว่าบิดา มารดาเด็กมิได้จดทะเบียนสมรสกัน บิดาเด็กไม่ได้จดทะเบียนรับรองบุตร และได้เลิกร้างกันเป็นเวลานานกี่ปีด้วย
o    หนังสือแสดงความยินยอมของบิดามารดาหรือของผู้ปกครองโดยชอบตามกฎหมายให้ความยินยอม (แบบ บธ.5)
o    บันทึกสอบปากคำตามแบบ ปค. 14
o    รูปถ่ายขนาด 4.5 x 6.0 ซ.ม. ของบิดาและมารดาเด็กคนละ 1 รูป
o    เอกสารอื่นๆ (หากมี หรือ จำเป็นต้องขอเพิ่มแล้วแต่กรณี)
3.    เอกสารของฝ่ายเด็กที่จะเป็นบุตรบุญธรรม
o    สูติบัตร
o    ทะเบียนบ้าน
o    รูปถ่ายขนาด 4.5 x 6.0 ซ.ม. 1 รูป
o    หนังสือแสดงความยินยอมของเด็กที่จะเป็นบุตรบุญธรรม (แบบ บธ.6) หากเด็กมีอายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไป
o    เอกสารอื่นๆ (หากมี หรือ จำเป็นต้องขอเพิ่มแล้วแต่กรณี)

ค. การนำส่งคำร้องขอพร้อมเอกสารประกอบ
หลังจากที่เตรียมเอกสารตามรายการข้างต้นเรียบร้อยแล้ว สามารถดำเนินการต่อไปได้ดังนี้
1.    ขอให้สถานคุ้มครองเด็กและเยาวชนของรัฐ (Landesjugendamt) เป็นผู้ติดต่อกับกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ เพื่อขอให้ดำเนินการพิจารณาอนุมัติ ตามที่อยู่ดังนี้
กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ
ศูนย์อำนวยการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม (Child Adoption Centre)
255 ถนนราชวิถี
กรุงเทพมหานคร 10400
โทร. (+66) 2 354-7500, (+66) 2 354-7511
แฟกซ์ (+66) 2 247 9480
อีเมล์: อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน
หรือ
2.    ยื่นคำร้องพร้อมเอกสารประกอบด้วยตัวเองที่ศูนย์อำนวยการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมตามที่อยู่ข้างต้น

ง. ขั้นตอนการดำเนินเรื่องในประเทศไทย
1.    เมื่อเอกสารหลักฐานต่างๆ สมบูรณ์แล้ว พนักงานเจ้าหน้าที่จะพิจารณาว่า ผู้ขอรับเด็กมีคุณสมบัติตามกฎหมายหรือไม่ หากพบว่ามีคุณสมบัติเหมาะสม มีฐานะความเป็นอยู่ดี มีอุปนิสัยดี ความประพฤติดี อาชีพรายได้ดี ฐานะของครอบครัวดี ตลอดจนสุขภาพทั้งทางร่างกายและจิตใจสมบูรณ์ เหมาะสมที่จะรับเด็กไปอุปการะเลี้ยงดูได้ ก็จะประมวลรายละเอียดเสนออธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ พิจารณาก่อนนำเสนอต่อคณะกรรมการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมพิจารณาอนุมัติคุณสมบัติผู้ขอรับเด็ก หากเป็นกรณีที่มอบเด็กให้กันเอง คณะกรรมการฯ จะพิจารณาเด็กควบคู่กันไปในคราวเดียวกันด้วย
2.    กรณีขอรับเด็กกำพร้าของกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ เมื่อคณะกรรมการรับเด็กเป็นบุตรธรรมพิจารณาอนุมัติคุณสมบัติผู้ขอรับเด็กแล้ว คณะกรรมการคัดเลือกเด็กให้เป็นบุตรบุญธรรมจะพิจารณาคัดเลือกเด็กของกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการให้แก่ผู้ขอรับตามบัญชีก่อนหลัง
3.    กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการจะแจ้งประวัติเด็กพร้อมรูปถ่ายให้ผู้ขอรับพิจารณาผ่านหน่วยงานเยอรมันที่ติดต่อเรื่องการขอรับเด็กไทยเป็นบุตรบุญธรรมมา
4.    เมื่อผู้ขอรับแจ้งตอบรับเด็กให้กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการทราบแล้ว เจ้าหน้าที่จะเสนอให้คณะกรรมการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมพิจารณาให้ผู้ขอรับรับเด็กไปทดลองเลี้ยงดูโดยขออนุญาตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ก่อนนำเด็กออกไปนอกราชอาณาจักรเพื่อทดลองเลี้ยงดู
5.    เมื่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์อนุญาต กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการจะนัดหมายให้ผู้ขอรับเด็กมารับการสัมภาษณ์จากคณะกรรมการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมและรับเด็กไปทดลองเลี้ยงดูเป็นเวลาอย่างน้อย 6 เดือน โดยหน่วยงานที่ติดต่อเรื่องมา หรือ สถานทูต/สถานกงสุล จะทำการควบคุมการทดลองเลี้ยงดูและส่งรายงานผลการทดลองเลี้ยงดูมาให้กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ 2 เดือนต่อครั้ง เป็นระยะเวลา 6 เดือน
6.    เมื่อทดลองเลี้ยงดูมาครบ 6 เดือน และมีรายงานผลการทดลองเลี้ยงดูครบ 3 ครั้ง ซึ่งหากว่าผลการทดลองเลี้ยงดูเป็นที่น่าพอใจ เด็กอาศัยกับครอบครัวของผู้ขอรับอย่างมีความสุข เจ้าหน้าที่จะสรุปรายงานเสนอต่อคณะกรรมการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม เพื่อพิจารณาอนุมัติให้ผู้ขอรับไปดำเนินการจดทะเบียนรับบุตรบุญธรรมตามกฎหมายได้
7.    ผู้ขอรับจะต้องไปดำเนินการขอจดทะเบียนรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม ณ สถานเอกอัครราชทูตฯ หรือ สถานกงสุลใหญ่ฯ ที่ผู้ขอรับเด็กมีภูมิลำเนาอยู่ โดยกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการจะมีหนังสือขอความร่วมมือจากกระทรวงต่างประเทศผ่านกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ พร้อมกับแจ้งให้หน่วยงานเยอรมันผู้ติดต่อเรื่องการขอรับเด็กไทยเป็นบุตรบุญธรรมมาและผู้ขอรับเด็กได้ทราบพร้อมกันนั้นด้วย
กรณีที่ผู้ขอรับเด็กอยู่ในประเทศไทย การจดทะเบียนรับบุตรบุญธรรมสามารถดำเนินการได้ที่สำนักงานเขต ที่ว่าการอำเภอ หรือ ที่ว่าการกิ่งอำเภอ ซึ่งเป็นการร้องขอจดทะเบียนรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมได้เช่นเดียวกับการขอบุตรบุญธรรมไทย
8.    สถานเอกอัครราชทูตฯ หรือ สถานกงสุลใหญ่ฯ จะนำส่งสำเนาเอกสารทะเบียนการรับบุตรบุญธรรม (คร. 14) จำนวน 1 ชุด ให้กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการเพื่อเป็นหลักฐานแสดงว่าการดำเนินการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมของผู้ขอรับเด็กได้เสร็จสิ้นสมบูรณ์ตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายบัญญัติไว้ทุกประการ
9.    หากบิดามารดาบุญธรรมต้องการให้บุตรบุญธรรมมาใช้นามสกุลของตน หลังจากที่ได้ดำเนินการจดทะเบียนรับบุตรบุญธรรมกับทางการไทยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สามารถทำได้โดยนำหลักฐานการจดทะเบียนรับบุตรบุญธรรมไปยื่นที่อำเภอที่เด็กมีชื่อในทะเบียนบ้าน เพื่อขอแก้ไขนามสกุลในทะเบียนบ้าน และ ขอคัดสำเนาทะเบียนบ้านที่มีนามสกุลตามบิดามารดาบุญธรรมไปขอเปลี่ยนนามสกุลในหนังสือเดินทางต่อไป

จ. สิทธิและหน้าที่ของบุตรบุญธรรม
บุตรบุญธรรมที่ได้มีการจดทะเบียนโดยถูกต้องตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนดแล้ว มีสิทธิและหน้าที่ต่อบิดามารดาบุญธรรมดังนี้ คือ
1.    มีฐานะอย่างเดียวกับบุตรชอบด้วยกฎหมายของบิดามารดาบุญธรรม คือ มีสิทธิได้รับการอุปการะเลี้ยงดู ส่งเสียให้ได้รับการศึกษา มีสิทธิได้ใช้นามสกุลของบิดามารดาบุญธรรม และมีสิทธิได้รับมรดกเหมือนบุตรชอบด้วยกฎหมาย
2.    มีหน้าที่ต้องอุปการะเลี้ยงดูบิดามารดาบุญธรรม ทำนองเดียวกับบุตรชอบด้วยกฎหมาย

ฉ. สิทธิและหน้าที่ของบิดามารดาบุญธรรม
1.    บิดามารดาบุญธรรมมีสิทธิใช้อำนาจปกครองกับบุตรบุญธรรม ความสัมพันธ์ระหว่างบิดามารดาบุญธรรมกับบุตรบุญธรรมนั้น มีลักษณะคล้ายคลึงกับบิดามารดากับบุตรโดยชอบด้วยกฎหมาย เพราะฉะนั้นบุตรบุญธรรมจึงต้องอยู่ใต้อำนาจปกครองของบิดามารดาบุญธรรม คือ มีสิทธิกำหนดที่อยู่ของบุตรบุญธรรม ทำโทษบุตรบุญธรรมตามสมควรเพื่อว่ากล่าวสั่งสอน เป็นต้น
2.    บิดามารดาบุญธรรมไม่มีสิทธิรับมรดกของบุตรบุญธรรมในฐานะที่เป็นทายาทโดยธรรม แต่สามารถรับมรดกในฐานะเป็นผู้รับพินัยกรรมแทน
3.    บิดามารดาบุญธรรมมีหน้าที่ต้องอุปการะเลี้ยงดูบุตรบุญธรรมทำนองเดียวกับบิดามารดาซึ่งมีหน้าที่อุปการะเลี้ยงดูบุตรโดยชอบกฎหมาย

ช. การเลิกรับบุตรบุญธรรม
การเลิกรับบุตรบุญธรรม มีได้ 3 ประการคือ
1.    การเลิกรับบุตรบุญธรรมโดยความตกลง เกิดจากความตกลงของผู้รับบุตรบุญธรรมกับบุตรบุญธรรมซึ่งบรรลุนิติภาวะแล้ว จะตกลงกันเมื่อใดก็ได้ แต่จะสมบูรณ์ต่อเมื่อได้จดทะเบียนตามกฎหมายแล้ว
2.    การเลิกเมื่อมีการสมรสกัน แม้ว่ากฎหมายจะห้ามผู้รับบุตรบุญธรรมสมรสกับบุตรบุญธรรมก็ตาม แต่เนื่องจากบุคคลทั้งสองไม่ได้มีความผูกพันทางสายโลหิต การสมรสโดยฝ่าฝืนเงื่อนไขดังกล่าวจึงไม่เสื่อมเสียหรือเป็นโมฆะแต่อย่างใด การสมรสดังกล่าวมีผลเป็นการยกเลิกการรับบุตรบุญธรรมตั้งแต่เวลาที่จดทะเบียนสมรสกัน โดยไม่ต้องจดทะเบียนเลิกรับบุตรบุญธรรมอีก
3.    การเลิกรับบุตรบุญธรรมโดยคำสั่งศาล ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดสามารถนำคดีขึ้นฟ้องร้องต่อศาลเพื่อขอเลิกรับบุตรบุญธรรม โดยมีมูลเหตุตามที่กฎหมายกำหนด

ซ. องค์การสวัสดิภาพเด็ก
นอกจากการยื่นคำขอเด็กไทยเป็นบุตรบุญธรรมผ่านกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์แล้ว ยังสามารถยื่นคำร้องผ่านองค์การสวัสดิภาพเด็กเอกชนที่ได้รับอนุญาตให้ดำเนินการเพื่อให้มีการรับเด็กไทยเป็นบุตรบุญธรรมได้ ดังรายชื่อต่อไปนี้
1.    สหทัยมูลนิธิ
850/33 สุขุมวิท 71 พระโขนง กรุงเทพมหานคร 10110
โทร. (+66) 2 252-5209, (+66) 2 252-5213
2.    มูลนิธิมิตรมวลเด็ก
25 ซอยร่วมฤดี 1 ถนนเพลิตจิต ปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330
3.    มูลนิธิสงเคราะห์เด็กพัทยา
440 หมู่ที่ 9 ถนนสุขุมวิท กม. 145
ตำบลหนองปรือ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี 20260
โทร: (+66) 3871-6628 แฟกซ์: (+66) 3871-6629
อีเมล์: อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน
4.    มูลนิธิสงเคราะห์เด็กสภากาชาดไทย
ตึกวชิราลงกรณ์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10500
องค์การสวัสดิภาพเด็กดังกล่าวข้างต้นอยู่ภายใต้การควบคุมของกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

ญ. กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
·    พระราชบัญญัติการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2533 และ
·    กฎกระทรวง ฉบับที่ 9 (พ.ศ. 2543) ออกตามความในพระราชบัญญัติการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม พ.ศ. 2522

ฎ. หมายเหตุ
กรณีที่ท่านได้ขอรับเด็กไทยมาเป็นบุตรบุญธรรมโดยกฎหมายเยอรมัน (เช่น โดยคำอนุญาตของศาลเยอรมัน) ไม่ถือว่าเป็นการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมตามกฎหมายไทยด้วยแต่อย่างใด